มะยงชิด ผลไม้รสเปรี้ยวหวานสุดพิเศษที่คนไทยหลงรัก

มะยงชิด

มะยงชิดเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ด้วยรสชาติที่หวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ กินแล้วสดชื่น จึงกลายเป็นผลไม้ตามฤดูกาลที่หลายคนรอคอยในทุก ๆ ปี ผลสีเหลืองทองสวยงามของมะยงชิดยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบไม่แพ้กัน

นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว มะยงชิดยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งวิตามินซีสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และไฟเบอร์ที่ช่วยระบบย่อยอาหาร ทำให้มะยงชิดไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลไม้กินเล่น แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากมายที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

ปัจจุบัน มะยงชิดยังถูกนำไปสร้างสรรค์เป็นหลากหลายเมนู ทั้งขนมหวาน เบเกอรี่ เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งของฝากพรีเมียมจากหลายจังหวัดในประเทศไทย โดยเฉพาะจากนครนายกที่ถือเป็นแหล่งปลูกชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่ง

ความนิยมของมะยงชิดไม่ได้หยุดแค่ในไทย แต่ยังได้รับความสนใจจากต่างชาติ เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะด้านรสชาติ สีสัน หรือความหอมสดชื่นที่ยากจะหาใครเทียบได้

Bread at HÖME

ขนมปัง , โดนัท , ขนมเค้กของทางเล่น , พิซซ่าโฮมเมด

ประโยชนฺ์ของมะยงชิด
ประโยชนฺ์ของมะยงชิด

มะยงชิดผลไม้เมืองร้อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่คุณต้องรู้จัก

เมื่อลมร้อนเริ่มพัดผ่านเข้ามาเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นฤดูร้อนของไทย นอกจากเทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนรอคอยแล้ว ยังมีอีกหนึ่งการมาถึงที่เหล่านักชิมและผู้หลงใหลในรสชาติของผลไม้ต่างเฝ้ารอ นั่นคือการปรากฏตัวของ “มะยงชิด” อัญมณีสีทองอร่ามแห่งฤดูกาล ผลไม้ที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเปี่ยมไปด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาผลไม้ชนิดใดมาเทียบเคียงได้

มะยงชิดไม่ใช่แค่ผลไม้ แต่เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ในช่วงเวลาสั้นๆ ของปี ด้วยรสหวานนำอมเปรี้ยวเล็กน้อยที่ปลายลิ้นอย่างลงตัว เนื้อแน่นกรอบแต่ชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้เจริญอาหาร ทำให้มะยงชิดกลายเป็นผลไม้ในดวงใจของใครหลายคนอย่างง่ายดาย มันคือรสชาติแห่งความสดชื่นที่ธรรมชาติมอบให้เพื่อต่อสู้กับความร้อนระอุของอากาศได้อย่างวิเศษที่สุด

หลายคนอาจยังสับสนระหว่างมะยงชิด มะปรางหวาน หรือมะปรางเปรี้ยว แต่แท้จริงแล้ว มะยงชิดคือสายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีรสชาติดีที่สุด ด้วยผลที่มีขนาดใหญ่กว่า เนื้อเยอะกว่า และมีรสหวานที่โดดเด่นกว่า จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้ตระกูลมะปราง” (King of Marian Plum) เลยทีเดียว

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุมของมะยงชิด ตั้งแต่ที่มาและสายพันธุ์ คุณประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อสีทอง ไปจนถึงเคล็ดลับการเลือกซื้อให้ได้ผลที่อร่อยที่สุด พร้อมทั้งจุดประกายไอเดียในการนำมะยงชิดไปรังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับผลไม้ชนิดนี้ได้มากกว่าแค่การปอกเปลือกแล้วทานสดๆ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปทำความรู้จักกับราชินีผลไม้หน้าร้อนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกันครับ

เมนูแนะนำ: เมนูเค้กผลไม้สด

เค้กโฮมเมดของ Bread at HÖME นั้น ใช้ เมล็ดวนิลาแท้ ทุกชิ้น

ทำความรู้จัก “มะยงชิด” ราชินีผลไม้แห่งฤดูร้อน

มะยงชิด (Marian Plum หรือ Plum Mango) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea macrophylla Griffith เป็นผลไม้ในวงศ์เดียวกับมะม่วง มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ในอดีต มะยงชิดอาจยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเท่านัก แต่ด้วยการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์โดยเกษตรกรไทย ทำให้เราได้มะยงชิดที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ผลใหญ่ เนื้อหนา เมล็ดลีบ และมีรสชาติหวานฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสูงในปัจจุบัน

ความสับสนระหว่าง “มะยงชิด” และ “มะปราง” ถือเป็นเรื่องคลาสสิกที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง วิธีแยกง่ายๆ คือ มะยงชิดจะมีผลขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสุกเต็มที่จะมีสีเหลืองอมส้มสดใส รสชาติของเนื้อจะหวานนำและมีรสเปรี้ยวเจือเล็กน้อย ส่วนเปลือกจะติดรสเปรี้ยวฝาดนิดๆ ซึ่งเมื่อทานพร้อมกันจะให้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว ในขณะที่มะปรางหวานจะมีผลเล็กกว่าและมีรสหวานแหลม ส่วนมะปรางเปรี้ยวก็จะเปรี้ยวโดดอย่างชัดเจน

เอกลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของมะยงชิดคือ “ความเฉพาะฤดูกาล” มันเป็นผลไม้ที่จะให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง ในช่วงเวลาสั้นๆ ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเมษายนเท่านั้น ความหายากและช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้เองที่ยิ่งทำให้คุณค่าของมะยงชิดเพิ่มสูงขึ้นในความรู้สึกของผู้บริโภค กลายเป็นผลไม้ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอที่จะได้ลิ้มลองในทุกๆ ปี

กระบวนการปลูกและดูแลรักษาสวนมะยงชิดนั้นต้องใช้ความใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่การดูแลดิน การให้น้ำ ไปจนถึงการตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุด จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และพิจิตร ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกมะยงชิดชั้นนำของประเทศ ซึ่งมะยงชิดจากแต่ละแหล่งก็อาจมีรสชาติและลักษณะที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพดินและอากาศ นับเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของผลไม้ชนิดนี้

เพิ่มเติมที่นี่ : 5 ร้านเค้กแนะนำย่านกรุงเทพกรีฑา

ผลงานของเรา

เค้กทุกชิ้น ทำด้วยใจ ความสุขที่จัดส่งได้

ทุกการสั่งซื้อ · เราดีใจที่จะได้ส่งต่อ · ความอร่อยถึงคุณ
1,000+
จำนวนความสุขที่ส่งออกไป
100+
เมนูให้เลือก

ที่มาและประวัติของมะยงชิด

มะยงชิด มีรากฐานและถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ประเทศพม่า, ไทย, ลาว ไปจนถึงมาเลเซีย ผลไม้ในตระกูลมะปรางนี้จึงถือเป็นพืชพื้นถิ่นที่เจริญเติบโตและผูกพันกับวิถีชีวิตผู้คนในแถบนี้มาอย่างยาวนาน บันทึกทางประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่าคนไทยรู้จักและปลูกมะปรางมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นอย่างน้อย เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนยาว จึงมักถูกปลูกไว้ตามบ้านเรือนและชุมชนโบราณ ในอดีต การขยายพันธุ์หลักคือการใช้เมล็ด ซึ่งนำไปสู่การเกิดความหลากหลายทางสายพันธุ์อย่างกว้างขวางตามธรรมชาติ ทำให้มะปรางในยุคแรกๆ มีลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น

จุดเปลี่ยนที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของผลไม้ตระกูลนี้ คือกระบวนการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์โดยเกษตรกรไทยผู้ชำนาญการ จากเดิมที่มีเพียง “มะปราง” ซึ่งมีทั้งรสเปรี้ยวและรสหวาน กับ “มะยง” ที่มีรสเปรี้ยวจัด ได้เกิดการคัดสรรต้นที่ให้ผลผลิตมีคุณลักษณะโดดเด่น คือผลมีขนาดใหญ่กว่าปกติ เนื้อหนาแน่น และมีรสชาติหวานนำอมเปรี้ยวอย่างลงตัว ซึ่งต่อมาผลไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษนี้ได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า “มะยงชิด” เพื่อสร้างความแตกต่างและบ่งบอกถึงคุณภาพที่เหนือกว่ามะปรางและมะยงทั่วไป คำว่า “ชิด” สื่อถึงรสชาติที่หวานเข้ามาใกล้หรือชิดกับความหวานอร่อยนั่นเอง

เมื่อเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์ การทำสวนผลไม้เริ่มมีความเฟื่องฟูและเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะในแถบภาคกลาง เช่น นนทบุรี, นครนายก, และปราจีนบุรี ซึ่งกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกและพัฒนาสายพันธุ์มะยงชิดที่สำคัญของประเทศ ในช่วงเวลานี้ได้เกิดสายพันธุ์มะยงชิดที่มีชื่อเสียงขึ้นมากมาย เช่น สายพันธุ์ “บางขุนนนท์” ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่และดีที่สุด การพัฒนาสายพันธุ์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่นั้น แต่ยังคงดำเนินต่อไปโดยเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ เช่น พิจิตร และสุโขทัย ที่ต่างคัดเลือกต้นพันธุ์ดีในพื้นที่ของตน จนเกิดเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จากผลไม้พื้นบ้านที่ปลูกไว้ตามสวนหลังบ้าน มะยงชิดได้เดินทางผ่านกาลเวลาและผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน จนก้าวขึ้นมาเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน ด้วยเทคนิคการขยายพันธุ์สมัยใหม่เช่นการทาบกิ่ง ทำให้เกษตรกรสามารถรักษาคุณลักษณะเด่นของสายพันธุ์ที่ดีที่สุดไว้ได้ และขยายพื้นที่เพาะปลูกในเชิงการค้าได้อย่างกว้างขวาง ประวัติศาสตร์ของมะยงชิดจึงสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของเกษตรกรไทยในการสังเกต คัดเลือก และพัฒนาพืชผลในท้องถิ่น จนกลายเป็น “ราชินีแห่งผลไม้หน้าร้อน” ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศในที่สุด

ต้นกำเนิดและการแพร่กระจาย

มะยงชิดมีต้นกำเนิดในเขตป่าดิบชื้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและร่มรื่น ทำให้พบได้ตามไหล่เขาและป่าลึกที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ การแพร่กระจายของมะยงชิดมีความจำกัดเนื่องจากต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะและมีการเพาะปลูกที่ยากลำบาก

การบันทึกเกี่ยวกับมะยงชิดในประวัติศาสตร์ไทยพบได้ในเอกสารโบราณหลายฉบับ แสดงให้เห็นว่าผลไม้ชนิดนี้เป็นที่รู้จักมานานหลายร้อยปี แต่การบริโภคมักจำกัดอยู่ในชุมชนที่อาศัยใกล้แหล่งกำเนิดเท่านั้น ความหายากและรสชาติที่พิเศษทำให้มะยงชิดกลายเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าสูงในสังคมไทย

ปัจจุบันการอนุรักษ์และการศึกษาเกี่ยวกับมะยงชิดได้รับความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการบุกรุกป่าไผ่ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของมะยงชิดลดลง นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์จึงร่วมกันศึกษาและพัฒนาวิธีการเพาะปลูกเพื่อรักษาพันธุ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก

ความสำคัญทางวัฒนธรรม

ในวัฒนธรรมไทยโบราณ มะยงชิดถือเป็นผลไม้ที่มีเกียรติและมักถูกกล่าวถึงในบทกวีและวรรณคดีต่างๆ เป็นสัญลักษณ์ของความหายากและความมีค่า คนในอดีตเชื่อว่าการได้ลิ้มรสมะยงชิดเป็นเรื่องโชคดีและเป็นสิริมงคล ทำให้ผลไม้ชนิดนี้มีความหมายเชิงจิตวิญญาณและเป็นที่เคารพนับถือ

ชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดมะยงชิดมักมีภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้นไม้ ไม่เพียงแต่ผลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงใบ เปลือก และรากที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย การรักษาภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์มะยงชิดให้คงอยู่ต่อไป

การส่งผ่านความรู้เกี่ยวกับมะยงชิดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นประเพณีที่สำคัญในหลายชุมชน เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิธีการจำแนกผลที่สุกแล้ว การเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง และการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่

ลักษณะและคุณสมบัติของมะยงชิด

มะยงชิดเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์ภายนอกและรสชาติภายใน ซึ่งเป็นผลมาจากการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างยาวนาน ทำให้มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างจากผลไม้ในตระกูลเดียวกันอย่างชัดเจน ดังนี้

ลักษณะทางกายภาพ (Physical Characteristics)

  1. ผล (Fruit): ลักษณะของผลมะยงชิดจะค่อนข้างกลมและมีรูปทรงคล้ายไข่ไก่ (Ovoid shape) มีขนาดใหญ่กว่ามะปรางอย่างเห็นได้ชัด โดยทั่วไปจะมีน้ำหนักต่อผลตั้งแต่ 70-100 กรัม ผิวของผลเมื่อยังดิบจะเป็นสีเขียวเข้ม และจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ก่อนจะกลายเป็นสีเหลืองอมส้มสดใส หรือที่เรียกว่า “สีจำปา” เมื่อสุกเต็มที่ ผิวของผลจะเรียบเนียน เต่งตึง และมีความนวลเป็นมันเงา ขั้วผลจะยังคงสดใหม่ ไม่เหี่ยวแห้ง

  2. เนื้อ (Flesh): เมื่อปอกเปลือกออกจะพบกับเนื้อที่มีสีเหลืองส้มสดน่ารับประทาน เนื้อของมะยงชิดมีลักษณะเด่นคือมีความหนาแน่น เนื้อเยอะและไม่เละเป็นน้ำ เนื้อสัมผัสมีความกรอบแต่ยังคงความฉ่ำไว้ได้อย่างลงตัว เมื่อเคี้ยวจะให้ความรู้สึกที่เต็มปากเต็มคำ ไม่กลวงโบ๋เหมือนมะปรางบางสายพันธุ์ นับเป็นคุณสมบัติที่ทำให้นักชิมติดใจ

  3. เมล็ด (Seed): จุดเด่นที่สำคัญอีกประการคือเมล็ดที่ลีบเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของผล ทำให้มีปริมาณเนื้อให้รับประทานเยอะขึ้น เมล็ดมีลักษณะเป็นเส้นใยสีม่วงอมชมพู ซึ่งในสายพันธุ์ที่ดี เส้นใยเหล่านี้จะไม่ยึดติดกับเนื้อมากนัก ทำให้สามารถรับประทานเนื้อได้อย่างสะดวก

  4. ลำต้นและใบ (Tree and Leaves): ต้นมะยงชิดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ มีลักษณะเป็นทรงพุ่มทึบ ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอก มีสีเขียวเข้มและเป็นมันเงา ซึ่งความสมบูรณ์ของใบและทรงพุ่มมักเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพของผลผลิตที่จะได้รับในปีนั้นๆ

คุณสมบัติเด่น (Key Properties)

  1. รสชาติ (Taste): นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้มะยงชิดแตกต่างและเหนือกว่าผลไม้ชนิดอื่นในตระกูลเดียวกัน รสชาติของมะยงชิดมีมิติที่ซับซ้อนและกลมกล่อม โดยเนื้อจะมี รสหวานนำที่ชัดเจน แต่จะมีความเปรี้ยวเล็กน้อยแทรกซึมอยู่ ทำให้ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป ในขณะที่เปลือกจะติดรสเปรี้ยวอมฝาดนิดๆ เมื่อรับประทานพร้อมกันทั้งเปลือกและเนื้อ จะได้รสชาติที่สมดุลลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นความหวานฉ่ำที่มาพร้อมกับความสดชื่น

  2. กลิ่น (Aroma): มะยงชิดมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่สดชื่น ไม่ฉุนรุนแรงเหมือนผลไม้ชนิดอื่น ซึ่งกลิ่นนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อผลสุกเต็มที่ เป็นกลิ่นที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี

  3. คุณค่าทางโภชนาการ (Nutritional Value): ภายใต้รสชาติที่อร่อย มะยงชิดยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นแหล่งของ เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมี วิตามินซี (Vitamin C) ในปริมาณสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวพรรณให้สดใส ทั้งยังมีใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายอีกด้วย

  4. ความเป็นผลไม้ตามฤดูกาล (Seasonality): คุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างคือการเป็นผลไม้ที่จะให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง ในช่วงเวลาสั้นๆ (ปลายเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน) ทำให้มะยงชิดกลายเป็นผลไม้ที่หายากและมีคุณค่าในความรู้สึกของผู้บริโภค การรอคอยที่จะได้ลิ้มรสในทุกๆ ปี กลายเป็นเสน่ห์และความพิเศษของผลไม้ชนิดนี้ไปโดยปริยาย

เมนูแนะนำ : ชีสพายมะยงชิด

ขุมทรัพย์สารอาหาร ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการของมะยงชิดที่ไม่ธรรมดา

ภายใต้เปลือกสีเหลืองสดและรสชาติที่หวานฉ่ำ มะยงชิดอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างน่าทึ่ง การทานมะยงชิดจึงไม่ใช่แค่การสนองความต้องการทางรสชาติ แต่ยังเป็นการบำรุงสุขภาพไปในตัวอีกด้วย ผลไม้ชนิดนี้เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายในหลายๆ ด้าน

วิตามินซี คือหนึ่งในสารอาหารเด่นที่พบได้ในมะยงชิด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย และที่สำคัญคือช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ทำให้ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย นอกจากนี้ วิตามินซียังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งอีกด้วย

นอกจากวิตามินซีแล้ว มะยงชิดยังมี “เบต้าแคโรทีน” ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอเพื่อใช้ในการบำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็นในที่มืด และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคตาต่างๆ เช่น โรคต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม สีเหลืองอมส้มที่สดใสของมะยงชิดก็เป็นตัวบ่งชี้ถึงปริมาณเบต้าแคโรทีนที่มีอยู่สูงนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น มะยงชิดยังเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารหรือไฟเบอร์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ และยังช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี การทานมะยงชิดเป็นประจำในช่วงฤดูกาลจึงเปรียบเสมือนการช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ไปในตัว

  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ด้วยปริมาณวิตามินซีที่สูง ช่วยป้องกันโรคหวัดและเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย

  • บำรุงสายตา: เบต้าแคโรทีนช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา

  • ต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยชะลอวัยและลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ

  • ช่วยในการขับถ่าย: ไฟเบอร์สูง ป้องกันอาการท้องผูก

  • บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผิวสดใส

  • ดับกระหาย คลายร้อน: ด้วยความที่เป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ จึงช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายได้ดี

วิตามินและแร่ธาตุ

มะยงชิดอุดมไปด้วยวิตามินซีในปริมาณสูง ซึ่งมีมากกว่าส้มและมะนาวหลายเท่า วิตามินซีนี้มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ

แร่ธาตุที่พบในมะยงชิดได้แก่ โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิตและสนับสนุนการทำงานของหัวใจ ส่วนแมกนีเซียมมีบทบาทในการเผาผลาญและการสร้างพลังงาน

ปริมาณไฟเบอร์ในมะยงชิดค่อนข้างสูง ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารและลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การบริโภคมะยงชิดเป็นประจำจึงช่วยรักษาสุขภาพระบบย่อยอาหารให้แข็งแรง

การศึกษาเบื้องต้นพบว่ามะยงชิดมีปริมาณน้ำตาลธรรมชาติที่พอเหมาะ ไม่สูงเกินไปจนเป็นอันตรายต่อผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ยังคงให้ความหวานที่น่าพอใจ

สารต้านอนุมูลอิสระ

มะยงชิดมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด โดยเฉพาะสารแอนโทไซยานินและฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ สารเหล่านี้มีบทบาทในการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและช่วยชะลอกระบวนการแก่ชรา

สารฟีนอลิกในมะยงชิดมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการปวดและบวมในข้อต่อ การบริโภคอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคข้ออักเสบและโรคข้อเสื่อม นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวหนังและเส้นผม

การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์ในมะยงชิดพบว่ามีศักยภาพในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดและลดการสะสมของคอเลสเตอรอลชนิดเลว

ประโยชน์ต่อสุขภาพ

การบริโภคมะยงชิดช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เนื่องจากมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทำให้ร่างกายสามารถต่อต้านเชื้อโรคและป้องกันการติดเชื้อได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลที่ร่างกายต้องปรับตัว

ไฟเบอร์ในมะยงชิดช่วยส่งเสริมสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการย่อยอาหารและป้องกันปัญหาท้องผูก การบริโภคเป็นประจำช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียดีในลำไส้และส่งเสริมการดูดซึมสารอาหาร

คุณสมบัติต้านการอักเสบของมะยงชิดอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง การศึกษาเบื้องต้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและปรับปรุงความไวของอินซูลิน

เมนูแนะนำ : เค้กมะยงชิดหน้านิ่ม

เคล็ดลับเลือกซื้อมะยงชิดให้หวานฉ่ำ ชื่นใจ

การจะได้ลิ้มรสชาติที่ดีที่สุดของมะยงชิดนั้น เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกซื้อ การจ่ายเงินในราคาที่ค่อนข้างสูงย่อมคาดหวังว่าจะได้ผลไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุดกลับมา ดังนั้น การทราบเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการคัดเลือก จะช่วยให้คุณไม่ผิดหวังและได้มะยงชิดที่หวานฉ่ำสมใจกลับไปทานที่บ้านอย่างแน่นอน

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ “สีผิว” ของมะยงชิด ควรเลือกผลที่มีสีเหลืองอมส้มสดใสทั่วทั้งผล หรือที่เรียกกันว่า “สีจำปา” หลีกเลี่ยงผลที่มีสีเขียวปนอยู่เยอะ เพราะนั่นเป็นสัญญาณว่ามะยงชิดยังไม่สุกเต็มที่และจะมีรสเปรี้ยวนำ นอกจากนี้ ผิวควรมีความนวลเนียน เต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น และไม่มีรอยช้ำหรือรอยแผลจากแมลงเจาะ

ถัดมาคือ “ความแน่นของผล” ลองใช้นิ้วกดลงไปที่ผลเบาๆ มะยงชิดที่ดีควรจะมีความแน่น ไม่นิ่มเละจนเกินไป หากกดแล้วบุ๋มลงไปง่ายๆ อาจหมายความว่าผลนั้นสุกเกินไปหรือเริ่มจะเน่าเสียจากข้างในแล้ว ในทางกลับกัน หากผลแข็งเกินไปก็อาจจะยังไม่สุกดี ความแน่นที่พอดีจะให้เนื้อสัมผัสที่กรอบอร่อยกำลังดี

สุดท้ายคือ “ขั้วของผล” ให้สังเกตที่ขั้วของมะยงชิด ควรเลือกผลที่ขั้วยังดูสดใหม่ ไม่แห้งเหี่ยวหรือเป็นสีน้ำตาลคล้ำ ขั้วที่ยังสดเป็นตัวบ่งบอกว่ามะยงชิดเพิ่งถูกเก็บมาจากต้นได้ไม่นาน ความสดใหม่ย่อมมาพร้อมกับรสชาติและคุณภาพที่ดีกว่าเสมอ และหากเป็นไปได้ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น สวนโดยตรง หรือร้านค้าประจำที่มีการคัดคุณภาพมาแล้ว

การเลือกผลที่มีคุณภาพ

การเลือกมะยงชิดที่ดีต้องสังเกตจากสีผิวที่สม่ำเสมอและมีความมันวาว ผลที่สุกเต็มที่จะมีสีเหลืองทองหรือเหลืองอ่อม หลีกเลี่ยงผลที่มีจุดดำหรือรอยช้ำ เพราะแสดงว่าผลเสียหายหรือเก็บมานานแล้ว

ความแข็งของผลเป็นตัวบ่งชี้ความสุกที่สำคัญ ผลที่สุกพอดีจะมีความนิ่มเล็กน้อยเมื่อกดด้วยนิ้ว แต่ไม่บุ๋มจนเกินไป หากแข็งมากแสดงว่ายังไม่สุก หากนิ่มเกินไปอาจสุกเกินไปหรือเริ่มเสีย

กลิ่นของมะยงชิดที่สุกแล้วจะมีความหอมหวานชัดเจน หากไม่มีกลิ่นแสดงว่ายังไม่สุก หากมีกลิ่นเปรี้ยวหรือเหม็นแสดงว่าเสียแล้ว การเลือกซื้อควรเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้และเก็บเกี่ยวใหม่

  • การเก็บรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้มะยงชิดคงคุณภาพและรสชาติไว้ได้นาน
  • ควรบริโภคภายใน 2-3 วันหลังจากสุกเต็มที่เพื่อได้รสชาติที่ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ร้อนจัดหรือความชื้นสูงเกินไป
  • สามารถแช่เย็นเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาได้ประมาณ 1 สัปดาห์

วิธีการรับประทานและการประกอบอาหาร

มะยงชิดสามารถรับประทานสดได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องปอกเปลือก เพียงล้างให้สะอาดแล้วรับประทานทั้งผล หรือจะผ่าครึ่งและตักเนื้อด้วยช้อนก็ได้ การรับประทานแบบสดจะได้รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนที่สุด

การนำมะยงชิดมาทำน้ำผลไม้หรือสมูทตี้เป็นอีกวิธีที่นิยม โดยสามารถปั่นรวมกับน้ำแข็งและน้ำผึ้งเล็กน้อย หรือผสมกับผลไม้อื่นๆ เช่น กล้วย มะม่วง เพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลายและน่าดื่ม

การทำแยมมะยงชิดเป็นวิธีการถนอมอาหารที่ได้รับความนิยม โดยใช้ผลสุกต้มกับน้ำตาลจนข้นเหมาะสม แยมมะยงชิดมีรสชาติเปรี้ยวหวานและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับทาขนมปังหรือใช้เป็นส่วนประกอบในการทำขนม

ในบางพื้นที่มีการใช้มะยงชิดในการปรุงอาหารคาว เช่น ใส่ในแกงหรือยำ เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวและความหอม การใช้ในอาหารคาวจะเน้นผลที่ยังไม่สุกเต็มที่ เพื่อให้ได้ความเปรี้ยวที่เหมาะสม

จากผลสดสู่เมนูเลิศรส พลิกแพลงมะยงชิดให้อร่อยกว่าที่เคย

แม้ว่าการทานมะยงชิดสดๆ ที่ปอกเปลือกและแช่เย็นจัด จะเป็นวิธีที่ง่ายและได้รับรสชาติแท้ๆ ของผลไม้ได้ดีที่สุด แต่มะยงชิดยังมีความสามารถในการนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับราชินีผลไม้ชนิดนี้ได้อย่างไม่รู้จบ

รสชาติที่หวานอมเปรี้ยวอย่างมีมิติของมะยงชิด ทำให้มันเข้ากันได้ดีกับเมนูของหวานหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นการนำไปทำเป็น “มะยงชิดลอยแก้ว” ที่ให้ความสดชื่นดับร้อนได้ในทันที หรือนำไปเป็นส่วนประกอบหลักในเบเกอรี่สมัยใหม่ เช่น “ชีสพายมะยงชิด” ที่ให้รสเปรี้ยวหวานตัดกับความมันของครีมชีสได้อย่างลงตัว หรือจะนำไปทำเป็นไอศกรีมซอร์เบต์ ก็ให้รสชาติที่สดชื่นไม่แพ้กัน

ในส่วนของเครื่องดื่ม มะยงชิดก็สามารถนำมาปั่นเป็น “สมูทตี้มะยงชิด” ที่เพิ่มโยเกิร์ตหรือนมสดเข้าไปเพื่อความกลมกล่อม หรือจะนำไปทำเป็น “น้ำมะยงชิดปั่น” (Mayongchid Frappe) ก็เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในคาเฟ่ต่างๆ ในช่วงฤดูร้อน ด้วยสีสันที่สวยงามและรสชาติที่ปลุกความสดชื่นได้ในทันที

令人แปลกใจที่รสชาติของมะยงชิดยังสามารถเข้ากับเมนูอาหารคาวได้อีกด้วย โดยเฉพาะเมนูประเภทยำหรือสลัด ลองนำมะยงชิดสุกมาหั่นเป็นชิ้นแล้วใส่ใน “ยำถั่วพู” หรือ “ยำวุ้นเส้น” จะช่วยเพิ่มมิติของรสชาติเปรี้ยวหวานที่แตกต่างจากการใช้น้ำมะนาวเพียงอย่างเดียว หรือจะนำไปทำเป็นซอสสำหรับราดบนสเต็กปลาหรืออกไก่ ก็ช่วยชูรสชาติของจานหลักได้อย่างน่าประทับใจ

เมนูของหวานชื่นใจ

เริ่มต้นด้วยเมนูคลาสสิกอย่าง “มะยงชิดลอยแก้ว” หรือจะยกระดับเป็น “ชีสเค้กมะยงชิด” “ทาร์ตมะยงชิด” และ “ไอศกรีมมะยงชิด” ที่ให้รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวอย่างลงตัว

เครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์

ดับกระหายคลายร้อนด้วย “น้ำมะยงชิดปั่น” (Mayongchid Smoothie) ที่หอมหวานชื่นใจ หรือผสมผสานกับโซดาเป็น “มะยงชิดอิตาเลียนโซดา” เพิ่มความซาบซ่าในวันอากาศร้อน

ยกระดับเมนูอาหารคาว

นำมะยงชิดไปใส่ในเมนู “ยำมะยงชิดกุ้งสด” หรือทำเป็น “ซอสมะยงชิด” รสเปรี้ยวหวานสำหรับทานคู่กับเมนูหมูย่างหรือปลาย่าง ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มความสดชื่นให้กับจานอาหารได้เป็นอย่างดี

การแปรรูปเพื่อเก็บไว้ทานนานขึ้น

หากทานไม่ทัน สามารถนำมะยงชิดไปแปรรูปเป็น “แยมมะยงชิด” หรือนำไปกวนเพื่อเก็บไว้ทานได้นานขึ้น เป็นการยืดอายุความอร่อยของฤดูกาลให้อยู่กับเราไปได้อีกนาน

เมนูแนะนำ : ชีสพายลิ้นจี่

บทสรุปเกี่ยวกับมะยงชิด

มะยงชิดไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ตามฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่มันคือตัวแทนของความมีชีวิตชีวาแห่งฤดูร้อน เป็นผลผลิตจากความใส่ใจของเกษตรกรไทย และเป็นรสชาติที่หลายคนเฝ้ารอคอยในแต่ละปี ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ คุณประโยชน์ที่หลากหลาย และความสามารถในการนำไปต่อยอดเป็นเมนูต่างๆ ทำให้มะยงชิดครองตำแหน่ง “ราชินีผลไม้หน้าร้อน” ได้อย่างไม่มีข้อกังขา

จากเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นได้ว่ามะยงชิดมีอะไรมากกว่าความอร่อย มันคือวัฒนธรรมการกิน คือผลไม้เศรษฐกิจ และคือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเลือกซื้อ การเก็บรักษา และไอเดียในการนำไปประกอบอาหาร จะช่วยให้เราเพลิดเพลินกับคุณค่าของมะยงชิดได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ในฤดูร้อนครั้งหน้าที่มะยงชิดเริ่มวางขายตามท้องตลาด อย่าลังเลที่จะเลือกซื้อหามาลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นการทานสดๆ เพื่อสัมผัสรสชาติดั้งเดิม หรือจะลองนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ๆ ตามไอเดียที่ได้จากบทความนี้ เพื่อแบ่งปันความอร่อยและความสุขให้กับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการลิ้มรส “มะยงชิด” อัญมณีสีทองแห่งฤดูกาล และปล่อยให้รสชาติอันหอมหวานอมเปรี้ยวนี้ ช่วยเติมเต็มความสดชื่นให้กับฤดูร้อนของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผลไม้ชนิดนี้ถึงเป็นที่รักและรอคอยของใครหลายๆ คน

  1. มะยงชิดคือราชินีผลไม้หน้าร้อน: มะยงชิดเป็นผลไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูงของไทย เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนามาจากมะปรางจนมีคุณลักษณะเด่น คือผลใหญ่ เนื้อหนา เมล็ดลีบ และให้ผลผลิตเพียงปีละครั้งในช่วงฤดูร้อน (ก.พ.-เม.ย.) ทำให้กลายเป็นผลไม้ตามฤดูกาลที่หายากและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสูง
  2. เอกลักษณ์รสชาติหวานอมเปรี้ยว: จุดเด่นที่สุดของมะยงชิดคือรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว เนื้อมีรสหวานนำที่ชัดเจนแต่มีความเปรี้ยวสดชื่นแทรกอยู่ ทำให้ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป ประกอบกับเนื้อสัมผัสที่แน่นกรอบแต่ชุ่มฉ่ำ ถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้มะยงชิดแตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่น
  3. อุดมด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ: ภายใต้รสชาติที่อร่อย มะยงชิดเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญ โดยมีเบต้าแคโรทีนสูงซึ่งช่วยบำรุงสายตา และมีวิตามินซีเข้มข้นที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยบำรุงผิวพรรณ
  4. ต่อยอดได้หลากหลายเมนู: นอกจากการรับประทานสดเพื่อรสชาติที่ดีที่สุดแล้ว มะยงชิดยังเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่สามารถนำไปรังสรรค์ได้ทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นมะยงชิดลอยแก้ว, ชีสเค้กมะยงชิด, ยำมะยงชิดกุ้งสด หรือน้ำมะยงชิดปั่น ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับผลไม้ชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี

    ชิดลอยแก้ว, ชีสเค้กมะยงชิด, ยำมะยงชิดกุ้งสด หรือน้ำมะยงชิดปั่น ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับผลไม้ชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี

ผลงานของเรา

เค้กทุกชิ้น ทำด้วยใจ ความสุขที่จัดส่งได้

ทุกการสั่งซื้อ · เราดีใจที่จะได้ส่งต่อ · ความอร่อยถึงคุณ
1,000+
จำนวนความสุขที่ส่งออกไป
100+
เมนูให้เลือก

❓คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1. 1. มะยงชิดคืออะไร และหาซื้อได้ที่ไหน?

A: มะยงชิดเป็นผลไม้เมืองร้อนพื้นเมืองที่มีรสชาติหวานหอมเฉพาะตัว สามารถหาซื้อได้ที่ตลาดของชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก หรือจากเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง เนื่องจากยังไม่มีการจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

A: มะยงชิดที่สุกแล้วจะมีสีเหลืองทองหรือเหลืองอ่อม ผิวเรียบมันวาว กดด้วยนิ้วจะรู้สึกนิ่มเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมหวานชัดเจน หากยังแข็งหรือไม่มีกลิ่นแสดงว่ายังไม่สุกพอ

A: มะยงชิดอุดมไปด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ชะลอวัย ส่งเสริมการย่อยอาหาร และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ

A: มะยงชิดมีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนผลไม้ชนิดใดๆ มีความหวานหอมที่กลมกล่อมและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม การหาทานได้ยากกว่าผลไม้ทั่วไปและมีราคาสูงกว่า

A: เนื่องจากหาได้ยาก เจริญเติบโตช้า ต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะ และมีฤดูกาลจำกัด การเก็บเกี่ยวและขนส่งยังต้องใช้ความระมัดระวังพิเศษ ทำให้ต้นทุนสูงและส่งผลต่อราคาขาย

A: มะยงชิดจะให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง ในช่วงฤดูร้อนของไทย ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงปลายเดือนเมษายน

เมนูขนมที่น่าสนใจ by Bread at HÖME

เค้กแครอทครีมชีสฟรอสติ้ง คลีนๆ หวานกำลังดี อมเปรี้ยวนิดๆ หอมว่าใคร 1/2 ปอนด์ ฿490 1 ปอนด์ ฿690 2 ปอนด์ ฿890

เค้กเข้มๆหอมๆหวานมันมาแล้วจ้าาา เค้กกาแฟ แต่งหน้าตรงกลางเค้กด้วยถั่วแมคคาดาเมียเคลือบคาราเมลกาแฟ เข้มข้น หวานมัน

เค้กมินิมอล เกาหลี ครอบครัว ผู้ชาย ผู้หญิง เรียบๆ สีขาว คลีนๆ น่ารัก ๆ MINIMAL CAKE

เค้กมินิมอล เทรนด์เค้กสุดฮิตตอนนี้คือเค้กที่ตกแต่งน้อยๆ สไตล์มินิมอล ใช้สีสันที่หลากหลาย ถูกใจทุกคน

เค้กลูกพีชสด สอดไส้ด้วยซอสลูกพีชในน้ำเชื่อม แต่งหน้าด้วยลูกพีชสด สดชื่น ถูกใจ PEACH CAKE 1/2 ปอนด์ ฿590 1 ปอนด์ ฿890 2 ปอนด์ ฿1190 [ผลไม้ตามฤดูกาล]

เค้กลูกพีชครีมสด หน้านิ่มลาวา หอมกลิ่นลูกพีช หวานน้อย มาพร้อมครีมสด นุ่ม ละลายในปาก

พิซซ่าแป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลี่ยน ถาดละ 199฿ [ขนาด 8 นิ้ว]

ไม่ต้องทนหิวอีกแล้วค่ะ วันนี้มีพิซซ่าโฮมเมดที่จัดว่าเด็ดมากๆ สำหรับคอพิซซ่า บอกเลยว่าสูตรนี้ใช้เวลาไม่นาน ทำง่าย แถมอร่อยสุดๆ รับรองว่าจะได้ทานพิซซ่าที่แป้งบางกรอบ แบบฉบับของชาวอีตาเลี่ยนแน่นอนค่ะ

ทาโกะยากิ T A K O Y A K I สไตล์ญี่ปุ่น ลูกละ 5฿

“ทาโกะ” หมายถึงปลาหมึกยักษ์ ส่วน “ยากิ” หมายถึงทอดย่าง หรือปิ้งนั่นเอง ดังนั้น “ทาโกะยากิ” จึงหมายถึง การนำปลาหมึกยักษ์ไปผ่านการทอด ย่าง หรือปิ้ง อันเป็นลักษณะของอาหารชนิดนี้นั่นเอง

เค้กคู่ดูโอ้ เค้กวันเกิดสวยๆ เป็นเค้กคู่ครึ่งปอนด์ ที่ผสมผลานรสชาติและการจัดแต่งอย่างลงตัว ผู้ให้ชอบ ผู้รับปลื้มแน่นอน (ราคาขึ้นอยู่กับเค้กรสชาตินั้นๆ)

เค้กคู่ดูโอ้ ทานได้หลากหลาย อยากมิกซ์รสชาติแบบไหนได้ถึง 3 รสเลยนร้าาา น้อนเป็นเค้กขนาดครึ่งปอนด์ วางคู่กันกำลังดี

ขนมปังแฮมชีส HAM AND CHEESE ชิ้นละ 25฿

ขนมปังแป้งญี่ปุ่น ใช้เนยแท้ แฮมหมู เชดด้าชีสนมโค ไร้สารเสริม ไม่มีไขมันทรานส์

เค้กมะม่วงครีมสดมินิ MANGO CAKE MINI 65฿

เค้กน้อนนใหม่ของร้านฮับ น้อนนเป็นครีมสด ไม่มีไขมันทรานส์ ซอสทำจากมะม่วงสุก ไม่หวานเลี่ยน ทานคู่กับครีมลงตัวสุด หอม มัน นัวร์ ดีย์