เมนูบานอฟฟี่

แจก 2 สูตร เมนูบานอฟฟี่คืออะไร ทำไมถึงฮิตตลอดกาล อร่อยหอม ชุ่มฉ่ำคาราเมล 

วันนี้แอดมินก็มีแจก 2 สูตร เมนูเค้กบานอฟฟี่ มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ ถ้าพูดถึงขนมหวานที่ทั้งง่าย อร่อย และหน้าตาดี “บานอฟฟี่” คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของหลายคน ขนมถ้วยเล็ก ๆ ที่ซ่อนความอร่อยไว้ในทุกเลเยอร์ ไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอมหวาน ๆ คาราเมลละลายในปาก วิปครีมนุ่มฟู หรือฐานกรุบกรอบของแครกเกอร์ ล้วนผสานกันได้อย่างลงตัวจนใครได้ชิมก็มักจะติดใจเสมอ

ความพิเศษของบานอฟฟี่อยู่ที่ความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ เพราะแม้จะไม่ต้องใช้วัตถุดิบหรูหรา หรือเทคนิคซับซ้อนแบบขนมฝรั่งเศส แต่กลับสามารถสร้างประสบการณ์รสชาติที่กลมกล่อมและน่าจดจำได้ไม่แพ้ใคร ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถทำทานเองที่บ้าน หรือปรับให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละคนได้แบบไม่จำกัด

นอกจากความอร่อยแล้ว บานอฟฟี่ยังเป็นขนมที่เหมาะกับทุกโอกาส จะทำเป็นของว่างในครอบครัว ของขวัญวันเกิด หรือแม้แต่เป็นขนมขายออนไลน์ก็ยังเวิร์ก ด้วยต้นทุนไม่สูง ทำง่าย และเก็บได้สะดวก ใครที่กำลังมองหาไอเดียเริ่มต้นทำขนม บานอฟฟี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีทีเดียว

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับบานอฟฟี่ให้มากขึ้น ตั้งแต่ต้นกำเนิด สูตรทำง่าย ๆ ไอเดียดัดแปลง ไปจนถึงการต่อยอดเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ที่สร้างรายได้ ลองตามมาอ่านกัน แล้วคุณจะรู้ว่าบานอฟฟี่ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังเต็มไปด้วยโอกาสอีกมากมาย!

 

เมนูบานอฟฟี่

แนะนำ “เมนูบานอฟฟี่” ลายเส้น สไตล์ Bread at HÖME โฮมเมดเบอเกอรี่  ของทางร้านเรา บานอฟฟี่คืออะไร? วิธีทำง่ายๆ พร้อมไอเดียดัดแปลงและเทคนิคขายออนไลน์ ขนมหวานสุดฮิตจากกล้วยและคาราเมล พร้อมวิธีทำง่าย ๆ ที่บ้าน ไอเดียดัดแปลงให้น่าสนใจ และเทคนิคขายออนไลน์แบบมือโปร อ่านจบ ทำตามได้ทันที!

Price range: 490.00฿ through 690.00฿
Price range: 990.00฿ through 1,490.00฿
Price range: 690.00฿ through 890.00฿

สารบัญ

วันนี้เราจะมาแจกสูตรขนม สูตรทำ บานอฟฟี่ ซอสคาราเมล ส่วนผสมน้อย เมนูขนมสุดอร่อยที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งเมนูขนมทำง่าย โดนใจคนทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว ด้วยรสชาติหอมหวานจากคาราเมลและกล้วย ท็อปด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมละมุน บอกเลยว่ากินฟินสุดๆ แถมต้นทุนต่ำ แต่หน้าตาดี ทำขายกำไรงามแน่นอน ว่าแต่สูตรทำ บานอฟฟี่ จะมีวิธีทำอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย!

บานอฟฟี่คืออะไร ทำไมถึงฮิตตลอดกาล

บานอฟฟี่ (Banoffee) มาจากคำว่า Banana ( กล้วย ) กับ Toffee ( คาราเมล ) บานอฟฟี่มีหลายรูปแบบ สามารถทำใส่ถ้วย หรือจะทำเป็นปอนด์ ที่เรียกว่า บานอฟฟี่ พาย ก็ได้เช่นกัน บานอฟฟี่เป็นขนมหวานสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ส่วนประกอบหลักๆคือ ฐานของขนมที่ทำจากแครกเกอร์ บิสกิต หรือคุกกี้ บดละเอียด ทอฟฟี่คาราเมล กล้วยหอม และตกแต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม  บีบเป็นรูปทรงต่างๆ คาราเมลที่ใช้ในบานอฟฟี่มีวิธีทำหลากหลายสูตร เช่น คาราเมลสำเร็จรูป หรือคาราเมลแบบที่ทำจากน้ำตาล เนย นมข้นหวาน นำมาเคี่ยว หรือคาราเมลแบบที่นำนมข้นหวานต้มจนเป็นสีน้ำตาล 

จุดกำเนิดของบานอฟฟี่

บานอฟฟี่ (Banoffee) เป็นชื่อที่ผสมระหว่าง “banana” กับ “toffee” ซึ่งหมายถึงกล้วยกับคาราเมลนั่นเอง ขนมนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ โดยเชฟ Nigel Mackenzie และ Ian Dowding แห่งร้าน The Hungry Monk ได้คิดค้นสูตรนี้ในปี 1971 และกลายเป็นเมนูที่โด่งดังในเวลาไม่นาน

จากอังกฤษสู่ความนิยมทั่วโลก

ไม่ใช่แค่ในอังกฤษเท่านั้นที่บานอฟฟี่เป็นที่นิยม แต่ความอร่อยที่เข้าถึงง่าย ทำให้บานอฟฟี่กลายเป็นขนมที่พบได้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งร้านเบเกอรี่หลายแห่งก็มีเมนูนี้ติดอันดับขายดี

8 ประโยชน์ของกล้วยหอมส่วนผสมหลักในบานอฟฟี่

1. ช่วยป้องกันกระดูกเปราะ
กล้วยหอมมีฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง ซึ่งสารอาหารชนิดนี้จะมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกเราได้ อีกทั้งในกล้วยหอมยังมีแคลเซียม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระดูกส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้อีกทาง

2. ต้านอนุมูลอิสระ
กล้วยเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีอยู่พอสมควร ดังนั้นจะถือเป็นผลไม้ต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง มีทั้งวิตามินซี ที่มีอยู่ในกล้วย ยังจะช่วยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด และป้องกันโรคลักปิดลักเปิดได้ด้วย

3. ช่วยคลายเครียด
เมื่อร่างกายตกอยู่ในสภาวะเครียด ความดันเลือดก็จะสูงขึ้น ส่งผลให้เรารู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว หรืออาจก่อให้เกิดอาการปวดหัวตุบ ๆ ได้ ซึ่งโพแทสเซียม และวิตามินในกล้วยหอม จะช่วยลดความดันเลือดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงทำให้ร่างกายลดระดับความตึงเครียดลงไปด้วยนั่นเอง

4. บำรุงสายตา
กล้วยหอมมีทั้งวิตามินเอ และเบต้า-แคโรทีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อสุขภาพดวงตา มีส่วนช่วยบำรุงการทำงานของระบบประสาทตา จึงสามารถบำรุงสายตา และการมองเห็นได้เป็นอย่างดี

5. แก้ท้องผูก
ไฟเบอร์ที่มีอยู่ในกล้วยหอม เป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งดีต่อระบบขับถ่ายของเรามากเลยทีเดียว ดังนั้นใครมีอาการท้องผูกบ่อย ๆ ลองกินกล้วยหอมให้ได้ทุกวัน วันละ 1 ลูก จะช่วยแก้ท้องผูกให้คุณได้

6. ช่วยเติมพลังให้ร่างกาย
ในกล้วยหอมมีวิตามินซี เพราะวิตามินซี มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิตพลังงานของร่างกาย ดังนั้นใครอยากเติมพลังให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า กล้วยหอมสักลูกช่วยได้ โดยเฉพาะหากกินกล้วยหอมก่อนออกกำลังกาย ก็จะช่วยให้มีแรงอึดขึ้นด้วย

7. แก้นอนไม่หลับ
กินกล้วยหอมก่อนนอนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้นอนไม่หลับได้ เพราะกล้วยหอมอุดมไปด้วยกรดอะมิโน และทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนิน ฮอร์โมนในร่างกาย ที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้น ดังนั้นใครมีอาการนอนหลับกระสับกระส่าย นอนไม่หลับบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วยหอมหลังมื้อเย็น แล้วค่อยอาบน้ำนอน

8. ช่วยย่อยอาหาร
กากอาหารในกล้วยหอม จะช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารคล่องตัวมากขึ้น ยิ่งถ้ากินกล้วยหอมได้บ่อย ๆ ก็จะช่วยปรับจูนระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติดี ชนิดที่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งยาช่วยย่อยกันอีกเลย

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : ประโยชน์ของกล้วยหอม

บานอฟฟี่พายคาราเมลแบบกล่อง

แจกสูตรส่วนผสมหลักของบานอฟฟี่

“บานอฟฟี่” เมนูทำง่ายไม่ง้อเตาอบ เพียงแค่คุณมีวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน บอกเลยว่าใครได้ทานก็ต้องติดใจ ด้วยความละมุนของกล้วยหอมกับคาราเมล รับรองว่าฟินสุดๆ

ส่วนผสมสูตรบานอฟฟี่เค้กพาย

ฐานคุกกี้ครัสต์

  • คุกกี้แซนด์วิชรสช็อกโกแลตเอาไส้ออกบดละเอียด 250 กรัม

  • เนยสดชนิดจืดละลาย 100 กรัม

คาราเมล

  • วิปปิ้งครีม 150 กรัม
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
  • นมข้นหวาน 250 กรัม
  • เนยสดชนิดจืด 450 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 200 กรัม

ท๊อปปิ้ง

  • กล้วยหอมสุก 3 ผล
  • ผงโกโก้สำหรับโรยและซอสคาราเมลสำหรับแต่งหน้า

อุปกรณ์ที่ใช้ทำบานอฟฟี่

  • ชามผสม

  • ไมโครเวฟ

  • กระทะ

  • ไม้พาย

  • ตู้เย็น

  • ที่ร่อนแป้ง

  • มีด

  • เตา

  • เครื่องตีมือถือ

  • เครื่องปั่น

วิธีทำบานอฟฟี่เค้กพาย

  1. นำผงแคร๊กเกอร์ไปใส่ในเครื่องปั่น ปั่นพอละเอียด แล้วเทใส่ชาม
  2. นำเนยจืดไปละลายในไมโครเวฟ ประมาณ 1 นาที จากนั้นนำมาเทผสมกับแค๊กเกอร์บดละเอียกในข้อ1 คลุกเคล้าให้เข้ากันจนดี
  3. นำแคร๊กเกอร์ใส่ในจานพาย เกลี่ยให้ทั่วๆ ใช้ช้อนกดให้เนียนเท่าๆกัน นำเข้าแช่ในช่องแข็งประมาณ 20 นาที
  4. เตรียมทำซอสคาราเมล ตั้งกระทะที่ไฟกลาง นำเนยเทลงในกระทะ คนให้ละลาย จากนั้นเทน้ำตาลทรายแดงลงไป คอยคนตลอดเวลาจนส่วนผสมเริ่มเดือด เทนมข้นหวานลงไปในกระทะ คนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี แล้วปล่อยให้เดือดประมาณ 3 นาที แล้วปิดเตา รอให้ซอสคาราเมลเย็นลง แล้วนำมาราดบนแคร็กเกอร์ที่นำออกมาจากตู้เย็น เกลี่ยให้ทั่วๆ
  5. หั่นกล้วยแบ่งครึ่งตามแนวยาว แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ วางด้านบนคาราเมล แล้วนำเข้าตู้เย็น
  6. ระหว่างนี้ นำวิปปิ้งครีมมาตีจนตั้งยอด จากนั้นนำมาทาทับบนกล้วย ปาดให้สวยงาม แล้วโรยด้วยผงโกโก้ตกแต่ง พร้อมเสิร์ฟ
  7. หากใครไม่ต้องการตีวิปปิ้งครีม สามารถใช้วิปปิ้งครีมแบบกระป๋องได้

เคล็ดลับความอร่อยแบบมือโปร

การทำคาราเมลควรใส่น้ำตาลให้กระจายทั่วก้นหม้อ ระหว่างเคี่ยวไม่ควรคน เพราะน้ำตาลจะตกผลึก ถ้ากลัวไหม้ให้ใช้วิธีเขย่าหม้อเบาๆ ข้อควรระวังในการทำคาราเมลคือ ไม่ควรใส่ของเหลวที่เย็น ลงในคาราเมลร้อนๆ เพราะจะทำให้คาราเมลกระเด็นและเป็นอันตรายได้ เพราะเหตุนี้เราจึงต้องนำวิปปิ้งครีมตั้งไฟให้พออุ่นก่อนที่จะใส่ลงในคาราเมลควรเลือกใช้กล้วยหอมสุก เพราะรสชาติจะหวานกว่า

  • ใช้กล้วยหอมพันธุ์น้ำว้าเพื่อรสเข้มข้น

  • แช่เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ

  • ใช้คาราเมลแบบโฮมเมดจะได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว

 

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : อุปกรณ์ในการเบเกอรี่

แจกสูตรบานอฟฟี่พาย สูตรไม่หั่นกล้วยหอม 

ลำพังแค่ใส่ซอสคาราเมลก็ฟินแล้วนะ แต่ถ้าเติมซอสช็อกโกแลตไปอีกนี่ฟินคูณสอง ชวนกินของอร่อย ใส่กล้วยหอมทั้งลูกผสมกับคาราเมล เพิ่มความฟินจากซอสช็อกโกแลตและวิปครีม ก่อนเสิร์ฟโรยผงโกโก้ สูตรนี้บานอฟฟี่พายสำหรับพิมพ์ 3 ปอนด์

ส่วนผสม บานอฟฟี

  • บิสกิต 240 กรัม (หรือคุกกี้โอรีโอ้)
  • เนยสดจืด 100 กรัม
  • ดาร์กช็อกโกแลต 60% 130 กรัม
  • วิปปิ้งครีมชนิดนมโคแท้ 140 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • น้ำสะอาด 1/4 ถ้วย
  • น้ำตาลคาราเมล 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีมนมโคแท้ (Dairy Whipping Cream) 3/4 ถ้วย (นำเข้าไมโครเวฟให้ร้อน 1 นาที)
  • เนยสดจืด 30 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • กล้วยหอม 5-6 ลูก หรือตามชอบ
  • วิปปิ้งครีม ใช้ได้ทั้งครีมสด (Dairy) และครีมไขมันพืช (Non-Dairy) 300-400 กรัม (ใส่มากหรือน้อยตามชอบ) *ถ้าอยากให้อยู่ตัวนานขึ้นแนะนำใช้ครีมแบบ Non-Dairy แต่ถ้าไม่อยากซื้อหลายอันก็ใช้ครีม Dairy ได้เลย
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชง
  • ผงโกโก้ชนิดไม่หวาน 2-3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำบานอฟฟี่พาย
  1. ทำชั้นที่ 1 ฐานพาย โดยนำบิสกิตไปปั่นหรือใส่ถุงทุบให้ละเอียด เทเนยละลายลงผสมให้เข้ากัน นำไปกรุใส่พิมพ์ให้แน่น แล้วนำเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนเซตตัว
  2. ทำชั้นที่ 2 ช็อกโกแลต โดยนำวิปครีมแบบ Dairy และดาร์กช็อกโกแลตไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน พอช็อกโกแลตละลายก็ยกลงจากเตา คนให้เข้ากัน เติมกลิ่นวานิลลา รอจนเย็นแล้วนำไปเทใส่พิมพ์ที่กรุบิสกิตไว้ นำไปเข้าช่องแช่แข็งหรือแช่เย็นให้เซตตัวดีก่อนค่อยทำชั้นต่อไป
  3. ทำชั้นที่ 3 กล้วยกับคาราเมล โดยใส่น้ำสะอาดลงในหม้อทนความร้อน ใส่น้ำตาลทรายคาราเมล ตามด้วยน้ำตาลทรายแดงกับเกลือ ตั้งไฟปานกลางกวนจนน้ำตาลละลายหมดและมีลักษณะข้นเหนียว มีกลิ่นไหม้นิด ๆ ปิดไฟ
  4. นำวิปปิ้งครีมเข้าไมโครเวฟให้ร้อน ค่อย ๆ เทลงไปในส่วนผสม คนจนเข้ากันแล้วเปิดไฟกลางอีกครั้ง กวนต่อจนข้นขึ้นแล้วยกลงจากเตา ใส่เนยและกลิ่นวานิลลา คนจนเนยละลายหมด พักไว้ให้เย็น
  5. จัดเรียงกล้วยลงในพิมพ์ ราดด้วยคาราเมล แล้วนำไปแช่เย็นให้คาราเมลแข็งตัวสักนิดค่อยมาโปะวิปครีม
  6. วิธีทำชั้นที่ 4 (วิปครีม) ใส่วิปครีมลงไปในอ่างผสม เติมกลิ่นวานิลลา *สามารถเติมน้ำตาลไอซิ่งได้ตามชอบ โดยชิมรสวิปครีมก่อนค่อยเติม ในสูตรใช้วิปครีมที่มีรสหวานอยู่แล้วเลยไม่ได้เติมไอซิ่ง โดยส่วนมากถ้ารสไม่หวานจะเพิ่มไอซิ่ง 10% ของน้ำหนักวิปครีมที่ใช้* ตีวิปครีมให้ขึ้นฟู นำไปโปะในพิมพ์ ใส่มากหรือน้อยตามชอบ เกลี่ยให้เรียบ
  7. โรยด้วยผงโกโก้ก่อน หรือเอาเข้าแช่ตู้เย็นให้คาราเมลและวิปครีมเซตตัวก่อนค่อยมาโรยผงโกโก้ แต่แนะนำต้องแช่เย็น เวลาเอามาตัดจะได้สวย ๆ ไม่เละ

แจกสูตรวิธีทำซอสคาราเมลทำเอง

นอกจากการทำบานอฟฟี่แล้ว เรายังมีวิธีทำซอสคาราเมล สำหรับใครที่อยากลองทำเองก็สามารถทำตามได้ตามสูตรที่เราให้ไป ใครๆก็ทำได้

ส่วนผสม

  • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • เนยจืด 80 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีมเหลว 240 กรัม
  • เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. นำน้ำตาลใส่ในหม้อ แล้วนำไปตั้งเตาเปิดไฟกลาง
  2. รอจนน้ำตาลละลายจนหมด สามารถที่จะเขย่าหม้อได้
  3. แล้วให้ปรับเป็นไฟเบา และใส่เนยจืดลงไป คนให้ละลายเข้ากัน
  4. จากนั้นให้ยกลงจากเตา แล้วค่อย ๆ เทวิปครีมลงไป แล้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันจนเนื้อเนียน และเติมเกลือลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
  5. เสร็จแล้วให้ยกหม้อขึ้นเตาไฟอีกครั้ง แล้วคนต่อให้ได้ซอสคาราเมลที่เหนียวหนืด แล้วปิดไฟ (ความเหนียวหนืดขึ้นอยู่กับความต้องการเลยนะคะ)
  6. เทใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วสามารถนำไปใช้ได้เลย
  7. หากต้องการเก็บ พักไว้ให้เย็นก่อนแล้วค่อยนำเข้าตู้เย็น เก็บได้นาน 1 เดือน

ไอเดียดัดแปลงบานอฟฟี่ให้ไม่จำเจ

บานอฟฟี่ถ้วย

เสิร์ฟในถ้วยแก้วใส ๆ เห็นเลเยอร์ชัดเจน ดูน่ากินและพกพาสะดวก

บานอฟฟี่แบบไม่ใช้เตาอบ

ไม่ต้องอบเลยสักนิด ใช้ตู้เย็นช่วยเซตตัว เหมาะกับคนที่ไม่มีเตาอบ

บานอฟฟี่แบบสุขภาพ

เปลี่ยนฐานจากแครกเกอร์มาเป็นโอ๊ตหรือกราโนล่า ใช้คาราเมลจากอินทผลัมแทนน้ำตาล ลดวิปครีมลง

เพิ่มท็อปปิ้งสร้างเอกลักษณ์

โรยอัลมอนด์, เฮเซลนัท, หรือแม้แต่ดาร์กช็อกโกแลตขูด เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้บานอฟฟี่ของคุณ

ไอเดียดัดแปลงบานอฟฟี่ให้ไม่จำเจทำบานอฟฟี่ขายออนไลน์ สร้างรายได้

เตรียมตัวก่อนเริ่มขาย

หาสูตรเฉพาะตัว

ทดลองปรับสูตรให้เป็นรสชาติที่คุณมั่นใจว่าลูกค้าจะชอบ เช่น เพิ่มรสเค็มตัดเลี่ยน หรือใส่คาราเมลซอสแบบเผาไหม้เล็กน้อย

ออกแบบแพ็กเกจให้น่ารัก

แพ็กเกจที่ดีสร้างความประทับใจแรกได้ เช่น กล่องใสโลโก้ ริบบิ้น หรือสติกเกอร์น่ารัก

การตลาดออนไลน์สำหรับขนมหวาน

ถ่ายรูปให้น่ากิน

ใช้แสงธรรมชาติ ถ่ายให้เห็นเลเยอร์ชัด ๆ และตกแต่งให้เรียบง่ายแต่ดูมืออาชีพ

ใช้โซเชียลมีเดียช่วยโปรโมท

โพสต์ภาพลง Facebook, Instagram, TikTok พร้อมแฮชแท็ก เช่น #banoffee #ขนมทำเอง #บานอฟฟี่โฮมเมด

รับรีวิว สร้างความน่าเชื่อถือ

ให้ลูกค้าลองแล้วขอรีวิวกลับมา โพสต์ลงหน้าเพจ สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าใหม่

สรุป

บานอฟฟี่เป็นขนมที่มีเสน่ห์ตรงความเรียบง่าย แต่ลงตัวในทุกคำ ทั้งความหวานของกล้วย ความเข้มของคาราเมล และความละมุนจากวิปครีม ใคร ๆ ก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน หรือจะต่อยอดเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ก็ยังได้อีกด้วย ลองเปิดใจแล้วลงมือทำ รับรองว่าจะหลงรักเมนูนี้แน่นอน!

หวังว่าสาระน่ารู้ในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยนะคะ หากชื่นชอบสาระน่ารู้ที่แอดมินนำมาฝาก อย่าลืมกดไลค์และกดแชร์เพื่อแบ่งปันความรู้แก่เพื่อนๆ และเพื่อเป็นกำลังใจให้แอดมินหาสาระน่ารู้ดีๆมาฝากกันอีกในคราวต่อไปนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. บานอฟฟี่เก็บได้นานแค่ไหน?

ประมาณ 2-3 วันในตู้เย็น ควรแยกส่วนครีมออกก่อนเสิร์ฟหากเก็บนาน

ได้เช่นกัน แต่รสชาติและเนื้อสัมผัสจะต่างจากวิปครีมสดเล็กน้อย

เลือกใช้กล้วยที่เพิ่งสุกและเก็บในตู้เย็นก่อนใช้เพื่อลดการดำ

เริ่มจากขายในกลุ่มเพื่อน ครอบครัว แล้วขยายไปยังตลาดออนไลน์

ได้ แต่รสชาติจะหวานเข้มกว่าเล็กน้อย ควรปรับคาราเมลให้น้อยลง

กำลังมองหาร้านเค้กวันเกิดดีๆ ใกล้ฉันอยู่ใช่ไหม

หากใครกำลังมองหาร้าน "เค้กโฮมเมด" อร่อยๆ ใกล้ฉันกันอยู่ใช่ไหม ไม่ว่าจะสั่งซื้อเป็นเค้กวันเกิด ซื้อเค้กไปทานเอง หรือซื้อฝาก 😊 “เค้กอบสดทุกก้อน ส่งตรงจากร้านเรา ถึงบ้านคุณ”

สูตรขนมที่ Bread at HÖME เค้กกรุงเทพกรีฑา เราทำขายนั้นจะผ่านการทดลองจนลงตัวที่สุด และในการทำจะมีการชั่งตวงตามสูตรจึงการันตีได้ถึงความอร่อยเหมือนกันทุกครั้งที่ทำ เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพเป็นวัตถุดิบที่ใช้ทำเพื่อกินกันเองภายในบ้านเพื่อรสชาติที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ใส่สารกันเสียแน่นอน นึกถึง เค้กวันเกิด ขอให้นึกถึงเรา สำหรับเค้กวันเกิด มีหลายขนาดให้เลือกเริ่มตั้งแต่ครึ่งปอนด์เลยค่ะ ทุกเมนูของร้านอบให้สดใหม่ตามออเดอร์ค่ะ

รสชาติเค้กและเนื้อเค้ก

ร้านเราส่วนมากจะเป็นสปันจ์เค้ก ที่มีความนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่ฝืนคอ ใช้วนิลาแท้ เนยแท้เป็นส่วนประกอบในการทำ ทำให้เนื้อเค้กของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร หอมละมุน นุ่มละลายในปาก ไม่มีไขมันทรานส์ ไม่หวานเลี่ยน

  • วนิลา ใช้ Pure Vanilla Bean Paste
  • ช็อกโกแลต ใช้โกโก้พรีเมี่ยมและช็อกโกแลตแท้
  • กาแฟ ใช้กาแฟพรีเมี่ยม หอมเข้มสูตรลับของทางร้าน
  • เรดเวลเวท ใช้โกโก้พรีเมี่ยม ใช้บีทรูทเพื่อเพิ่มสีแดงเป็นเอกลักษณ์ของเรดเวลเวท
  • ใบเตย ใช้ใบเตยแท้ ปลูกเองไร้สารเคมี
  • ชาไทย ใช้เบสชา 4 ชนิดสูตรลับของทางร้าน
  • มัทฉะชาเขียว ใช้มัทฉะพรีเมี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น

สีของเค้กแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปตามวัตถุดิบ **ข้อระวัง มีส่วนผสมของสีผสมอาหาร

ขนาดเค้กและจำนวนคนที่เหมาะสม

การเลือกขนาดเค้กถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงานวันเกิด งานเลี้ยง หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ เพราะขนาดของเค้กจะสัมพันธ์กับจำนวนผู้ร่วมงานโดยตรง หากเลือกเค้กขนาดเล็กเกินไปอาจไม่เพียงพอสำหรับทุกคน แต่หากเลือกขนาดใหญ่เกินไปก็อาจเหลือจำนวนมาก ดังนั้นการรู้ว่าขนาดเค้กเหมาะกับจำนวนกี่คนจึงช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้น

โดยทั่วไปแล้วเค้กมาตรฐานจะถูกวัดเป็น หน่วยปอนด์ (Pound Cake) ซึ่งหมายถึงน้ำหนักของเค้กทั้งหมด รวมถึงครีมและไส้เค้กภายใน ร้านเค้กส่วนใหญ่มักมีขนาดตั้งแต่ 1 ปอนด์ไปจนถึง 5 ปอนด์ เพื่อรองรับงานขนาดเล็กจนถึงงานเลี้ยงขนาดใหญ่

ที่ร้าน Bread at Home เราเลือกใช้สูตรเค้กโฮมเมด เนื้อเค้กนุ่ม ครีมสดคุณภาพดี ทำให้เค้กแต่ละปอนด์สามารถแบ่งเสิร์ฟได้อย่างพอดีสำหรับจำนวนคนตามตารางด้านล่าง

ตารางขนาดเค้กและจำนวนคน

ขนาดเค้ก เส้นผ่านศูนย์กลาง เหมาะสำหรับ
1 ปอนด์ 15 ซม. 2 – 4 คน
2 ปอนด์ 18 ซม. 4 – 8 คน
3 ปอนด์ 20 ซม. 8 – 12 คน
4 ปอนด์ 23 ซม. 12 – 18 คน
5 ปอนด์ 25 ซม. 18 – 25 คน
  • ขนาด 1/2 ปอนด์ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว
  • ขนาด 1 ปอนด์ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว
  • ขนาด 2 ปอนด์ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว
  • ขนาด 3 ปอนด์ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8 นิ้ว
  • ขนาด 4 ปอนด์ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 นิ้ว
  • ขนาด 5 ปอนด์ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 11 นิ้ว
  • ขนาด 6 ปอนด์ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12 นิ้ว

ขนาดเค้กเหล่านี้เหมาะสำหรับงานต่าง ๆ เช่น

  • เค้กวันเกิด

  • เค้กฉลองครบรอบ

  • เค้กสำหรับงานปาร์ตี้

  • เค้กสำหรับครอบครัว

หากเป็นงานเลี้ยงที่มีแขกจำนวนมาก แนะนำให้เลือกเค้ก 3 ปอนด์ขึ้นไป เพื่อให้สามารถแบ่งได้อย่างทั่วถึง

วิธีเลือกขนาดเค้กให้เหมาะกับงาน

การเลือกขนาดเค้กที่เหมาะสมควรพิจารณาจากจำนวนแขกและลักษณะของงานเป็นหลัก หากเป็นงานวันเกิดขนาดเล็กภายในครอบครัว เค้กขนาด 1 – 2 ปอนด์ ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ที่มีแขกมากกว่า 10 คน ควรเลือกเค้ก 3 ปอนด์ขึ้นไป

นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงประเภทของเค้กด้วย เช่น เค้กครีมสด เค้กช็อกโกแลต หรือเค้กผลไม้ เพราะเค้กแต่ละชนิดมีความแน่นและปริมาณครีมแตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแบ่งเสิร์ฟ

สำหรับลูกค้าที่ไม่แน่ใจว่าควรเลือกเค้กขนาดไหน ทางร้านสามารถช่วยแนะนำขนาดเค้กที่เหมาะกับจำนวนผู้ร่วมงาน เพื่อให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยและสนุกกับช่วงเวลาพิเศษได้อย่างเต็มที่

ซอสโฮมเมด ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมและผลไม้แท้ๆ ในการทำ (สูตรเฉพาะของร้าน)

  • ซอสสตอเบอรี่ / บลูเบอรี่ / มิกซ์เบอรี่ / เชอรี่ / ราสเบอรี่
  • ซอสมะม่วง / มะม่วงเสาวรส / เลม่อน
  • ซอสลูกพีช
  • ซอสมะพร้าว / สังขยาใบเตย / สังขยาชาไทย / นมฮอกไกโด  
  • ซอสช็อกโกแลต / นูเทลล่า / ช็อกโกแลตกานาซ

วิธีการเก็บรักษาขนม

  • เก็บในตู้เย็นช่องชิล (ช่องธรรมดา) สามารถเก็บได้ 2-3 วัน  (ไม่สามารถเข้าฟลีสได้เนื่องจากเป็นครีมสดแท้)

  • หากทานยังไม่หมดให้นำเค้กกลับใส่กล่องเค้กเดิม หรือใส่ภาชนะอื่นที่มิดชิด ปิดฝาให้สนิท เพื่อป้องกันอากาศและความชื้นเข้า

  • ขนมสามารถอยู่ในอุณหภูมิห้องที่เปิดแอร์ได้ประมาณ  20-30 นาที (ครีมสดแท้) หลังจากนั้นครีมจะฝ่อตัวลง ขนมอาจเสียทรงได้ค่ะ

  • หากรับเค้กไว้รอเพื่อใช้งานโดยไม่มีตู้เย็นแนะนำให้เก็บในกล่องโฟม หรือกล่องเก็บความเย็น ที่บรรจุเจลเย็น/น้ำแข็งแห้ง จะช่วยยืดอายุเค้กได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ การเก็บรักษาแบบถูกวิธี)

**ทั้งนี้ ไม่ควรให้ขนมอยู่ที่อุณหภูมิห้องเกิน 1 ชั่วโมงเพื่อป้องกันขนมเสียค่ะ**

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสั่งเค้ก

ร้าน Bread at HÖME เป็นโฮมเมดเบเกอรี่ที่ทำเค้กสดใหม่ตามออเดอร์ ลูกค้าควรสั่งเค้กล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อให้ทางร้านเตรียมวัตถุดิบและทำเค้กได้อย่างดีที่สุด

  • สั่งล่วงหน้า 1 - 2 วัน เค้กทั่วไป เค้กผลไม้ตามเงื่อนไข
  • สั่งล่วงหน้า 3-5 วัน สำหรับการสั่งในปริมาณที่เยอะเช่น Snack box
  • สั่งล่วงหน้า 5-7 วัน สำหรับงานโมเดลต่างๆ งานสั่งทำ (งานปั้นฟองดอง / งานแผ่นชูก้าชีทหรือแผ่นน้ำตาล / โฟโต้เค้กรูปภาพทานได้ / แผ่นชูก้า / แผ่นเวเฟอร์ คิดราคาแยกไม่รวมกับค่าเค้ก)

 

เค้กของร้าน Bread at HÖME มีหลายขนาด เช่น 1 ปอนด์ 2 ปอนด์ 3 ปอนด์ 4 ปอนด์ 5 ปอนด์ 6 ปอนด์ 10 ปอนด์ และ 12 ปอนด์ สามารถเลือกขนาดให้เหมาะกับจำนวนผู้รับประทานและโอกาสพิเศษได้

เค้กขนาด 1 ปอนด์ เหมาะสำหรับประมาณ 2–4 คน เหมาะกับงานวันเกิดเล็ก ๆ หรือฉลองภายในครอบครัว

เค้ก 2 ปอนด์ สามารถแบ่งได้ประมาณ 4–8 คน เหมาะสำหรับงานวันเกิดหรือปาร์ตี้ขนาดเล็ก

เค้กขนาด 3 ปอนด์ เหมาะสำหรับ 8–12 คน เหมาะกับงานวันเกิดหรือการรวมตัวของเพื่อนและครอบครัว

การเลือกขนาดเค้กควรดูจากจำนวนคนร่วมงาน หากมีผู้ร่วมงาน 10 คนขึ้นไป แนะนำให้เลือกเค้กขนาด 3 ปอนด์ขึ้นไป

ลูกค้าสามารถแจ้งข้อความที่ต้องการเขียนบนหน้าเค้กได้ เช่น Happy Birthday หรือข้อความพิเศษตามต้องการ ทางร้านจะตกแต่งให้สวยงามตามสไตล์เค้กมินิมอล

เค้กของ Bread at HÖME เหมาะสำหรับวันเกิด วันครบรอบ งานฉลอง หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ด้วยดีไซน์เค้กที่สวยงามและรสชาติที่อร่อย

เค้กควรเก็บในตู้เย็นและควรรับประทานภายใน 2-3 วัน เพื่อรักษาความสดใหม่ของเนื้อเค้กและครีม

**ส่งฟรีในรัศมีไม่เกิน 5 กม.**

ร้าน Bread at HÖME มีบริการจัดส่งเค้กในพื้นที่ ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนทำการสั่งซื้อ ส่งได้เฉพาะลูกค้าใน กทม. และปริมณฑล ทางร้านสามารถจัดส่งแบบกำหนดเวลาได้ค่ะ โดยใช้บริการ Grab Car หรือ Lala Move Car เท่านั้น (ค่าบริการคิดตามจริงและตามระยะทาง) หรือให้ทางร้านจัดส่งให้แบบมีค่าบริการ (เฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุกนักขัตฤกษ์เท่านั้น)

**ไม่มีบริการส่งขนมเค้กต่างจังหวัด**

คุณลูกค้ามารับเองได้ตลอด 24 ชม. (เพราะร้านเป็นโฮมคิทเช่น) “โฮมคิทเช่น" คือการขายอาหารผ่านเดลิเวอรี่หรือครัวที่บ้าน หรือที่เรียกว่า "Ghost Kitchen" ซึ่งเป็นรูปแบบร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน แต่เป็นการเปิดครัวในพื้นที่ใดที่หนึ่งเพื่อส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ค่ะ

รบกวนยืนยันคำสั่งซื้อขนม โดยการชำระเงินค่าขนมและค่าส่ง โอนบัญชีธนาคารตามที่แอดมินสรุปยอด ลูกค้าสามารถโอนชำระเงินล่วงหน้า 1-2 วัน แล้วส่งสลิปเพื่อทำการจองคิวเท่านั้นค่ะ